| parinyawat's profile.。✿*゚’゚✿。.:*(¯`•._.•° In...PhotosBlogLists | Help |
There are no categories in use.
|
.。✿*゚’゚✿。.:*(¯`•._.•° In My Dream °•._.•´¯)*:.。✿*゚’゚・✿。·.∴° กล่องไปรษณีย์สีแดง °∴ .·
3/13/2007 จดหมายฉบับที่ 9 . .เวลาที่เดินผ่านชีวิตแต่ละนาที กับลมหายใจที่ยังอยู่..
อยู่เพราะต้องอยู่..หรืออยู่เพราะอยากอยู่..เวลาก้อไม่เคยสนใจที่จะถาม หรือเป็นคำตอบให้ใคร..เพราะเวลาไม่มีชีวิต..เวลาเป็นแค่เครื่องกำหนด ระยะการหายใจของคน..และเป็นแค่เครื่องบอกว่าแท้จริง..ชีวิตนั้นว่างเปล่า ไม่มีอะไร ไม่มีแม้ใครที่จะเป็นของใครถาวร...ผ่านมาแล้วก็ผ่านไป เหมือนเวลาที่เดินไปเรื่อยๆไม่มีจุดจบ... อย่าไปยึดมั่น กับใครคนใดคนหนึ่ง แม้จะรู้ว่าคนคนนั้น เป็นของเรามานาน....เพราะแท้จริงไม่มีใครเป็นของเรา..ทุกคนต่างมีชีวิต เป็นของตัวเอง..หนึ่งชีวิตหนึ่งคน ไม่สามารถรวมสองคนเป็นหนึ่งชีวิตได้ วิญญานคนละดวง และหัวใจก้อคนละดวง...แม้ครั้งหนึ่งสองหัวใจจะรวมเป็นหนึ่ง แต่ไม่ได้หมายถึง หลอมละลายเข้าเป็นหนึ่งหัวใจได้ในทางปฏิบัติ... เมื่อถึงเวลาปล่อย...ก็ต้องปล่อยบางคนเหมือนกับการปล่อยเวลา ให้เดินผ่านชีวิตไป....เวลาไม่อาจหยุดรอให้ร้องไห้เสร็จ แล้วเดินต่อ นอกจากจะหยุดร้องไห้..แล้วปล่อยให้เวลาเดินผ่านไปเงียบ-เงียบ ................................................. 3/5/2007 จดหมายฉบับที่ 8..อย่าฝันถึงฉันเลย สิ่งที่เธอฝันมันไม่จริง สิ่งที่เป็นความจริง ไม่เคยอยู่ในฝันของใคร
ความฝันเป็นแค่เรื่องโกหก และหลอกให้ยิ้มไปวันๆ เลิกฝันถึงบางคนเสียเถอะ
ไม่สงสารความฝันของเธอบ้างเหรอ..
อย่ามารักฉันเลย เก็บรักเธอไว้ให้คนอื่น คนอื่นที่เป็นตัวจริง เรื่องจริง และรักจริงของเธอควรเดินทางไกลกว่านี้ สิ่งที่เธอคิดอยู่ สิ่งที่เธอหวัง
สิ่งที่เธอฝัน มันเลื่อนลอย เพราะในความรู้สึกที่อยากยึดเหนี่ยว
อยากผูกติดด้วยวัยน้อยนิด จะทำลายเวลาค้นหาสิ่งดีอื่นๆ
ที่เธอควรเจอ มากกว่าจะมัวฝันถึงสิ่งที่มันไม่ใช่อย่างวันนี้
ในน้ำไม่ได้มีแค่ปลาตัวเดียว ที่เธออยากได้ บนฟ้าไม่ได้มีแค่ดาว ดวงเดียวที่เธอเฝ้ารอ อยากเห็น
มองให้ทั่ว มองให้ลึก มองให้นาน อย่าใช้แค่ความฝันหวานๆ ผูกติดชีวิต
อย่าให้ความฝันทุกค่ำคืน ผูกปิดดวงตา จนลืมตื่นมองภาพความจริง
ชีวิตยังมีอะไรมากมายที่เธอควรลืมตามามอง เปิดใจมารับ และนำพาชีวิตไปพบเจอ อย่าผูกติดกับความฝัน
อย่าติดยึดกับสิ่งที่เธอคิดว่า ใช่ อย่าปล่อยให้เวลาผ่านไป กับดาวบนฟ้าแค่ดวงเดียว
ลืมตามองทั่วฟ้า มองลึกลงไปในพื้นน้ำ มองรอบตัว มองภาพความจริง อย่ามองภาพความฝัน เก็บความฝันไว้แค่ในฝัน เก็บเกี่ยวความจริงไว้ก้าวเดิน
เมื่อไหร่ที่เธอนำความฝันออกมาใช้ เธอควรนำความจริงมาหารสอง บางที ความฝันงดงามของเธอ จะไม่ทำให้เธอเจ็บปวด
ในภาพความจริง
....................................................................
1/9/2007 จดหมายฉบับที่ 7 . .ครั้งนึง...ในช่วงดึกที่ฉันมักทํางานยุ่งเป็นปกติ จะมีใครบางคนนั่งมองมาที่ฉัน คุยกันผ่านความเงียบ..
ต่างคนต่างทําอะไรของตัวเองไป ..ไดพักสายตามองตัวสีเขียวอยู่เป็นระยะ..สถานะ online..ช่วยให้อุ่นใจ
ว่าคืนนี้ยังมีคนอยู่เป็นเพื่อนคุย ถ้าฉันเบื่อหน่ายความเงียบขึ้นมา เพราะฉันมัวลุยงานให้ทันส่งตอนเช้า
..แต่เมื่อไหร่ที่ฉันมองกลับไป แม้จะไม่ได้สื่อสารกัน มันก้อมีความหมายกว่าการสนทนา
กับความว่างเปล่านะ..ว่ามั้ย..อย่างน้อยมันก้อเกิดความรู้สึกดีที่มีใครสักคนอยู่ใกล้ๆ
ทํางานตอนดึกมันเดียวดายอ่ะ ฉันว่า..เวลาที่คนส่วนใหญ่หลับสบายอยู่ในผ้าห่มอุ่นๆ
แต่บางคนยังล่กๆ ทํางานแข่งกับเข็มนาฬิกา..ความรู้สึกดีที่ได้รับจึงดูมีค่าเพิ่มขึ้นหลายเท่าตัว...
ในวันนี้..ฉันยังเป็นมนุษย์ราตรี ทํางานแข่งกับเข็มนาฬิกาเหมือนอย่างเคย
แต่ทว่ารู้สึกเดียวดายกว่าที่เคย..กับบางสิ่งที่หายไปจากสายตา เป็นความรู้สึกที่โหดร้ายเอาการทีเดียว
ฉันเริ่มไม่แน่ใจแล้วว่ามันคืออะไร ฉันเจ็บปวดกับสิ่งที่หายไปหรือกําลังเจ็บปวดกับการ
" ไร้ตัวตนของตัวเอง "
.................................................................. 1/2/2007 จดหมายฉบับที่ 6 . .
นั่งอยู่เงียบๆ คิดอะไรไปเรื่อยเปื่อย ถ้าเสียงกระดิ่งลมข้างนอกไม่ดัง... เราก้อยังไม่รู้ตัวว่ากําลังเหงา ความเหงาชอบเข้าหาเรายามวิกาล บางครั้งก้อจู่โจมซึ่งหน้า บางคราวก้อย่องมาแบบไม่ทันตั้งตัว ครั้งหนึ่งเราเคยแปลกใจที่ใครๆชอบบ่นว่าเหงา เราไม่เข้าใจ เหงา...ทําไมไม่ไปหาอะไรทํา จะได้ไม่ว่างนั่งเหงา แต่ตอนนี้เราเข้าใจอดีตคนเหงาเหล่านั้นแล้ว หลังจากโกงความเหงามานาน ตอนนี้ถึงเวลาที่มันมาทวงพื้นที่มันคืน ความเหงาทําให้เราคิดถึง ความคิดถึงทําให้เรารู้สึกดี ที่ชีวิตเรายังมีเรื่องราวของคนอื่นอยู่บ้าง นั่นเท่ากับเราไม่ได้อยู่อ้างว้างคนเดียวบนโลกนี้ " ความห่างไกลทําให้เรารู้ค่าของเวลาที่อยู่ไกล้กัน "
.....................................................
9/27/2006 จดหมายฉบับที่ 5 . .
ฤดูฝน .. ความไม่แน่ไม่นอนของคนบนฟ้า ช่างเหมือนกันกับที่มนุษย์เราๆ ไม่สามารถเอาแน่เอานอนกับหัวใจตัวเอง... ในบางคราที่ฟ้าครึ้มเมฆฝนลอยมาตรงหน้า จะหลีกลี้ หรือเผชิญหน้า กับฝน มนุษย์..นั้นมองหยดน้ำ หยาดฝน ดั่งเช่นไร....???? ฉันเอง.. นั้นมอง น้ำที่หยด ...เม็ดฝน เช่นไร...??? หนึ่งเม็ดฝน ใหญ่บ้าง เล็กบ้าง เบาบ้าง แรงบ้าง .. ตามแต่..กระแสอาการของลม ทุกคราที่ฉันเผชิญหน้ากับเม็ดฝน ความรู้สึกที่มักจะเกิดในห้วงหัวใจฉัน.. อย่างพรั่นพรึง "เผชิญหน้า หรือ หลีกหนี" หลีกหนี.. เพื่อที่จะถามกับใจตัวเรา ว่าเมื่อใดจะพร้อม ที่จะทำความเข้าใจกับหยดน้ำหยดนั้น เพราะว่า หนึ่งหยดน้ำฝน ก้อคงไม่ต่างอะไร กับหนึ่งหยด..ในกายเรา มันคล้ายกับ.. ได้เดินกลับไปนั่งในอดีต ของปัจจุบัน ทุกครั้งที่ ก้อนเมฆสีเทาก่อเค้า คำถามเดิม ๆ ในใจ ก็จะผุดขึ้นมาเหมือนเดิม |
|
||||||
|
|